รีวิว : ทีวี TCL LED55F3800 TV

3222READ
0
SHARE
PHOTO :  ธีระวัฒน์ พวงศรี
TEXT : ธนภณ พูลเจริญ  
TCL LED55F3800
4K ราคาน่าคบสำหรับคนคอหนัง
  
ยุคนี้คงเป็นยุคก่ำกึ่งของระบบภาพระหว่าง Full HD หรือ 1080p ก่อนที่จะก้าวกระโดดไปสู่ยุค 4k ที่มีความละเอียดมากกว่า Full HD 4 เท่าอย่างที่รู้ๆ กัน สิ่งจำเป็นที่จะต้องทำให้จอภาพมีความละเอียดมากขึ้นก็เพราะ ในขณะที่
จอใหญ่ขึ้นมันก็ไม่ควรที่จะอยู่กับความละเอียดระดับ Full HD แบบเดิมๆได้ นึกง่ายๆ เหมือนภาพที่ถูกขยายใหญ่ขึ้น ความคมชัดก็ย่อมน้อยลงเป็นธรรมดา แน่นอนว่าด้วยรายละเอียดระดับ 4k นั้นทำให้ต้นทุนของจอภาพมีราคาสูงเกินไปสำหรับบางคน
แต่ในความมืดก็ใช่ว่าจะไม่มีแสงสว่างหลงเหลืออยู่เลย มันยังพอมีจุดเล็กๆ โผล่มาให้เห็น  
TCL LED 55F3800 เป็น 4k TV ที่ส่งให้เรามาทดสอบ สามารถแสดงผลทุกคอนเท้นต์ที่มีความละเอียดระดับ 4k UHD ได้อย่างไม่มีปัญหาโดยเฉพาะราคาค่าตัวของมันทำให้คุณสามารถได้จอระดับ 55 นิ้วที่รองรับสัญญาณภาพแบบ 4k โดยควักกระเป๋าแค่ไม่ถึง 20,000 บาทซึ่งเหตุผลหลังนี่แหละครับสำคัญ ซึ่งผมขอเรียกมันว่า  “4k ราคา โค-ตระ-ระ น่าคบเลย” น่าจะเป็นความตั้งใจในการทำการตลาดของสินค้าทีวีจากแบรนด์นี้ เหมาะสำหรับคนที่มองการณ์ไกลอยากได้ทีวีจอใหญ่ๆ ที่หวังใช้ได้อีกนานๆ
เหลือก็แต่มาดูกันซิว่าทีวีที่รองรับคอนเทนต์ 4k ในระดับราคานี้ของ TCL จะทำอะไรได้บ้างเมื่อเทียบกับราคาค่าตัวของมัน
 เจาะสเป็ค 
TCL LED 55F3800 ออกแบบ มาด้วยรูปร่างที่ดูคุ้นตา กับกรอบจอสีดำที่มีขนาดความกว้าง ประมาณ 1 เซนฯ​ครึ่ง ด้านล่างตรงกลางจอจะมีโลโก้ TCL เห็นอย่างชัดเจนโดยไฟแสดงสถานะการทำงานจะเป็นหลอดแอลอีดีที่ส่องผ่านวัสดุโปร่งแสงดวงยาวๆอยู่ด้านล่างโลโก้นี้อีกทีหนึ่ง ซึ่งจะสว่างก็ต่อเมื่อเรากด stand by หรือก็คือเมื่อเราปิดทีวีนั่นเอง
แต่ถ้ากดเปิดเมื่อไหร่ไฟดวงนี้ก็จะดับไปอัตโนมัติ ถ้าเอามือคลำลงไปก็จะเจอปุ่มคอนโทรลแบบ 4 ทาง ที่มีปุ่มตรงกลางเป็น ปุ่ม ok  หรือ ถ้ากดค้างไว้เขาจะกลายเป็นปุ่มปิดทีวี การปิดทีวีเครื่องนี้จะมีอยู่ 2 วิธีคือกดสวิตช์ปิดที่รีโมททีเดียวพื่อเข้าอยู่ในโหมดสแตนบาย วิธีนี้มันจะเปิดขึ้นมาทันทีเมื่อคุณกด switch ที่รีโมทขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง ส่วนถ้ากดแช่นานๆ ประมาณ 5 วินาที จะเป็นการปิดทีวีแบบชัตดาวน์ เมื่อเปิดขึ้นมาใหม่มันเหมือนเป็นการบูตระบบขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งจะใช้เวลานานกว่าครั้งแรกนิดหน่อยสังเกตดูจะมีโลโก้ TCL สีแดงโชว์ขึ้นมาให้เห็นอยู่กลางจอเลยทีเดียว  
ขาทรงกิ่งไม้สองขาทำให้ทีวีตัวนี้ถ้าจะต้องวางอยู่บนโต๊ะก็ต้องมีความยาวของโต๊ะ 110 cm เป็นอย่างน้อย ด้านขวาจะเป็นช่องเสียบสายไฟ ac แบบ 2 ขาส่วนด้านซ้ายจะเป็นช่องต่อต่างๆ ที่แบ่งเป็น หันออกด้านข้าง และออกด้านหลัง โดยเฉพาะที่ด้านข้างจะเป็นขั้วต่อดิจิตอลที่ใช้อยู่เป็นประจำๆ อย่างช่อง HDMI 1 และ 2 จะอยู่ทางด้านข้าง กับช่องเชื่อมต่อ USB 3.0 ความเร็วสูงที่มีให้ 1 ช่อง  กับแบบ 2.0 ธรรมดาจะสังเกตว่าเขาเอาไว้ให้อยู่ใกล้ๆกับขั้วต่อเสาอากาศทีวีดิจิตอลภายนอกเอาไว้สำหรับเสียบไฟเลี้ยงให้กับเสาอากาศทีวีบางรุ่นที่ต้องการไฟเลี้ยงก็เสียบเอาใกล้ๆทางช่องนี้ ด้านหลังยังเหลือ HDMI 3  กับขั้วต่อสายแลนและช่องรับสัญญาณภาพในแบบอนาล็อกที่ยังหลงเหลือขั้วต่อ VGA มาให้ด้วย ด้านหลังจอถูกปิดครอบไว้ ด้วยฝาหลังที่เป็นโลหะอย่างเรียบร้อยและแข็งแรงดีมากแต่ก็ต้องแลกด้วยน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อย ซึ่งเมื่อรวมทั้งหมดแล้วทีวีตัวนี้จะหนักอยู่ประมาณ 14 กิโล แต่ก็สามารถยึดแขวนผนังได้อย่างไม่มีปัญหาโดยด้านหลังจะมีจุดยึดน็อตขาแขวนมาให้เรียบร้อยทั้ง 4 จุด ส่วนลำโพงของทีวีตัวนี้จะถูกซ่อนไว้ด้านล่างแบบที่หันหน้ายิงลงพื้นเป็นธรรมเนียมของทีวีในระดับ Mid-End
   ตามสเปคที่ได้มาทีวีตัวนี้เจอมีมันสมองของการทำงานด้วย CPU 64 bit 4 core A53 ทำงานที่ความถี่ 1.5 กิ๊กกะเฮิร์ทพร้อมกับ GPU แสดงผลแบบ 6 core MALI450 ทำงานที่ความถี่สูงสุด 600 เมกะเฮิรตซ์ รอม 12G DDR3 แรม 8 G ทำงานเป็นสมาร์ททีวีด้วยระบบปฏิบัติการ android 5.1.1สิ่งที่เราเรียกอินเตอร์เฟซสำหรับสมาร์ททีวีตัวนี้ว่า UI+2.0 เป็นหน้าตา interface ของระบบปฏิบัติการบนทีวีของ TCL ก่อนที่จะเข้าสู่ยุคแอนดรอยด์ทีวีในรุ่นบนๆ ซึ่งก็ใช้งานตรงไป ตรงมาดี แต่อาจจะไม่มี application อะไรให้โหลดได้มากนัก แต่ก็ยังอาศัยหยิบยืมบางส่วนมาจาก Play Store ของ Android ได้แต่ต้องลง app Play Store ที่ให้มาเสียก่อน
ที่พิเศษมากๆกับทีวีตัวนี้ก็คือมันมีฟังก์ชัน HDR ติดมาด้วย
 เฮ้ย!...... ทีวีราคานี้ยังมี HDR มาให้อีกด้วยเนี่ยนะ
แต่ช้าก่อน มันเป็นฟังก์ชัน HDR10 ในเวอร์ชั่นที่จะทำงานเฉพาะกับอินพุตที่เข้ามาทางช่อง USB หรือเข้ามาทาง network เท่านั้น ทางช่อง HDMI หมดสิทธิ์ แต่ก็เป็น HDR ในเวอร์ชั่นไหนเดี๋ยวจะสาธยายให้ฟังตอนเซ็ตอัพอีกทีก็แล้วกัน
บทสรุปเรื่อง spec ของ TCL LED55F3800 ตัวนี้ สำหรับผมถือว่าสมราคานะไม่ถึงกับสเป็คหรูขั้นเทพนัก แต่ก็ยังมีตัวประมวลผลสูงกว่า 4K ในท้องตลาดบางตัว ลงโปรแกรมเพิ่มได้อีกพอสมควรแต่กับช่องต่ออินพุทต้องทำใจเพราะมีให้อย่างพอดีเท่าที่จำเป็นโดยเฉพาะยังไม่มีช่อง HDMI (ARC) มาให้ แต่ก็ยังมี output digital ที่เป็น Optical TosLink ให้ได้ใช้อยู่

Setup

    ทีแรกตอนที่เห็นราคาค่าตัวของมันแล้วต้องบอกตามตรงว่าไม่มั่นใจว่ามันจะใช่ทีวีที่มีความละเอียดระดับ 4k หรือเปล่า หรือเอาพาเนล Full HD มาแสดงผล เลยก็ต้องวิ่งหา Test Pattern ก็มาได้ HDR-10 UHD Test Patterns ที่สำหรับทดสอบจอภาพ 4K HDR โดยเฉพาะ เขาเรียกว่าเป็น Resolution Patterns สามารถแสดงผลเส้นตรงที่ลากลงมาทีละ 1 pixel ได้ ซึ่งในหน้าจอของ TCL LED55F3800 ขอแสดงผลครบทั้ง 3840 เส้น นั่นหมายความว่ารายละเอียดในแนวนอนเท่ากับ 3840 พิกเซลนั่นเอง

IMG_20170906_161326.jpg

จาก Test Patterns แน่ใจว่า 4k แน่นอน ทั้งแนวตั้ง และแนวนอนทุกพิกเซลแสดงผลอย่างพร้อมเพรียง (เส้นตรงที่ปรากฏจริง จะตรงชัดทุกเส้นเมื่อไม่บีบอัดของภาพในเวป)

  ฟังก์ชัน HDR สำหรับจอตัวนี้อาจจะไม่ใช่จุดเด่นของมันนักเพราะว่าที่ความสว่างสูงสุดของมันยังไม่สามารถทำให้เกิดความแตกต่างของภาพอย่างที่เราต้องการได้ อาจเป็นเพราะจอตัวนี้มันไม่มี local dimming เพื่อกำหนดจุดของความสว่างจากแบ็คไลท์แบบ Edge-lit LED สังเกตุดูที่ตรงมุมทั้ง 4 ด้านของจอจะมีความสว่างน้อยกว่าตรงกลางจอลงไปนิดนึง

IMG_20170906_173309_2.jpg

โหมด HDR10 กับสัญญาน 4K HDR ทางช่อง USB

IMG_20170906_173353_2.jpg

ลดคอนทราสต์ลงมาหน่อยรายละเอียดใน IRE สูงๆ ถึงปรากฏ

IMG_20170906_164712.jpg

สังเกตุดูชั้นสี่เหลี่ยมตรงกลาง จะตามค่าความสว่างเป็น nits ของสัญญานที่ป้อนเข้ามา

IMG_20170906_164726.jpg

จำนวนชั้นของสี่เหลี่ยมเพื่อขึ้นแสดงว่ามีรายละเอียดให้เห็นบนภาพมากขึ้น อันนี้ต้องลดคอนทราสต์ลงมาอยู่ที่ประมาณ 80

และอีกจุดหนึ่งที่เจอในโหมด HDR หรือในโหมดธรรมดาก็ตามนั่นก็คือ ที่ความสว่างสูงๆ สีเขียวของทีวีตัวนี้จะดู อ่อนด้อยอ่อนแรงลงไปสักหน่อยก็ด้วยเพราะว่าผมลดระดับคอนทราสลงไปเหลือประมาณ 80 ถึงจะทำให้ได้รายละเอียดของภาพที่ระดับความสว่างสูงๆ คืนมา จากที่ถ้าเป็นทีวีตัวอื่นที่ใช้โหมด HDR จะใช้อยู่ที่ร้อยเปอร์เซ็นต์เต็ม
นั่นอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ผมรู้สึกภาพมันออกโทนสีเย็น (Cool) เกินไป ในโหมด HDR คงต้องปรับสีเขียวทางฝั่ง “Gain” ขึ้นมาเยอะพอสมควร ส่วนโหมดปกติก็ปรับแก้ฟังก์ชัน “Tint” ขึ้นมาประมาณ 54 ก็พอ ส่วนการปรับแต่งค่าที่นอกเหนือจากค่าพรีเซ็ตที่ให้มาก็จะเอาไปอยู่ในช่อง Personal ทั้งหมดเพียงช่องเดียว  

Sit & Listen

ดูแล้วเวลานี้ตัวเลือกของคอนเท้นต์จะเยอะแยะมากมาย ขนาดช่องทีวีดิจิตอลเองยังบอกว่าหากลดจำนวนช่องลงครึ่งหนึ่งน่าจะเป็นประโยชน์กับทุกคน(โดยเฉพาะคนทำทีวีเอง) แต่จริงๆ แล้วยิ่งมีจำนวน content มาก ขึ้นตัวเลือกมากขึ้น ยิ่งจะเป็นที่หนักใจของคนทำทีวีเพราะแค่คิดว่าต้องรองรับคอนเท้นต์เหล่านี้ก็เหนื่อยแล้ว เริ่มตั้งแต่ Youtube/ ทีวีดิจิตอล/Blu-Ray disc (1080P)/ 4K UHD Blu-Ray Disc (2160P)/ Video Streaming Service
จริงอยู่ที่รายละเอียดของต้นฉบับที่เป็น 4k จะแสดงผลบนทีวีตัวนี้ได้ดีที่สุด แต่ก็ต้องยอมรับว่าต้นทุนการได้มาซึ่งวัตถุดิบในระดับ 4K นั้นยังคงสูงอยู่สำหรับคนที่จะซื้อจอตัวนี้ แต่ถ้าจัดลำดับของ content ที่นำไปแสดงผลบนทีวีตัวนี้จากดีที่สุดไล่เรียงลงไปก็คงได้ประมาณนี้ล่ะครับ  
 4K UHD Blu-Ray Disc (2160P) /Blu-Ray disc (1080P)/Youtube/video streaming service/ทีวีดิจิตอล
    ดูจากรูปการณ์แล้วมันก็ไม่เพราะไม่ชอบสัญญาณที่มีความละเอียดต่ำๆ สักเท่าไหร่ อย่างสัญญาณดิจิตอลจากทีวีช่องต่างๆ ที่ปล่อยมาเป็น 1080i ภาพยังเป็นดิจิตอลอยู่พอสมควร แต่ถ้าคุณชอบการดูหนังจากแผ่น หรือไฟล์ที่หาได้ ทีวีตัวนี้อาจจะตอบโจทย์ให้คุณได้ถึงแม้ว่าความสว่างสูงสุดของจอตัวนี้ที่ทำได้ยังทำได้แค่ระดับกลางๆ ประมาณ 400 nits  
ความดำสนิทของมันก็คล้ายกับ TCL ทีวีตัวก่อนหน้าที่เคยผ่านตาเราไป ซึ่งก็ยังไม่ได้สร้างความน่าตื่นตะลึงนัก แต่ถ้าจะถือว่าเมื่อมันอยู่ในจอภาพราคาขนาดนี้มันก็เป็นมาตรฐานของความดำที่ใครจะมองข้าม TCL ไม่ได้เลย วิธีการดูภาพจากทีวีตัวนี้ก็เพียงแค่คุณปิดไฟหลักที่ใช้ ทำแสงหลังจอให้มีแสงสลัวๆ ความสว่างสูงสุดของทีวีตัวนี้มันก็ยังเพียงพอต่อการเพิ่มอรรถรสของภาพบนจอให้ออกมาอย่างเป็นที่น่าพอใจ ถ้าเป็นหนัง 2.35:1 จะมีแถบดำบนล่างลอยขึ้นมาให้เห็นอยู่บ้างนิดหน่อย
การให้สีในช่วงความสว่างกลางๆ ของแสงถือว่าทีวีตัวนี้ทำได้เกินคุ้มทีเดียว ไม่ถึงกับฉูดฉาดมากเกินไปกำลังพอดี แต่ถ่าต้องการให้เข้มกระแทกสายตาขึ้นอีกหน่อยก็ไปปรับที่ฟังก์ชั่น “Saturation”       

IMG_20170908_153038.jpg

จากหนังเรื่อง Olivion 4K UHD ที่มีที่ทอมครูซเป็นตัวเดินเรื่อง เรื่องนี้ตอนเป็น bluray 1080p ก็ถือว่าภาพดีมากๆ อยู่แล้วพอมาเป็น 4k มันใสขึ้นไปอีก ถึงมันจะไม่เป็น HDR ในท้ายสุดก็จริงแต่ว่าตอน transfer มันก็ผ่าน process HDR ออกมาทำให้ได้เรื่องคอนทราสและ Dynamic ของสีที่ดีขึ้นอีกพอสมควร ตอนช่วงนาทีที่ 30 กว่าๆ ตอนที่พระเอกขับยานไปแวะที่บ้านในหุบเขาสังเกตจะรู้สึกอิ่มฉ่ำไปด้วยบรรยากาศสีเขียวของธรรมชาติ ของต้นหญ้า และใบไม้สด ฉากถัดมาที่พระเอกขับยานไปหาจุดตกของวัตถุลึกลับ ถ้าเปิดโหมดความสว่างของคอนทราส และ black light อย่างที่บอก จะเห็นแสงไฟสว่างจ้าอยู่ท่ามกลางความมืดเป็นดวงไฟที่กระจายเป็นหย่อมๆ สีสันสว่างจ้าดูร้อนแรง พอได้ครับฉากนี้ จริงๆแล้วถ้ามันมี HDR เข้ามาช่วยมันน่าจะดีกว่านี้มาก
 

IMG_20170907_143439.jpg

กับระบบปฏิบัติการที่เป็น android 5.1 ทำให้ application youtube บนทีวีเครื่องนี้อาจจะถูกใช้งานได้อย่างไม่เต็มประสิทธิภาพมากนักโดยเฉพาะความละเอียดสูงสุดที่มันทำได้ที่ Full HD แต่ที่ผมงงมากกว่านั้นก็คือ application youtube ที่ให้มากับทีวีตัวนี้เวลาเล่นคลิปบน youtube โดยเห็นสัญลักษณ์ ”pause” โผล่ขึ้นมาเป็นระยะๆ ทางแก้ก็คือต้องไปโหลด  application  ของ youtube ที่ใช้กับ android tv จาก play store จึงสามารถเล่นได้แบบปกติ ซึ่งก็สามารถหา content ใน youtube ได้ง่ายขึ้นอีกด้วยแต่ก็ยังไม่สามารถซิงค์บัญชีกับโทรศัพท์สมาร์ทโฟนได้เหมือนกัน
การแสดงผลที่ออกมาเห็นความเป็น digital ของภาพในลักษณะของไฟล์ที่ถูกบีบอัดน้อยกว่าทีวีรุ่นเก่าๆเยอะ พูดง่ายๆคือมันทำให้การดูยูทูปบนทีวีขนาด 55 นิ้วนี่มีความน่าตื่นตาตื่นใจขึ้นอีกเป็นกอง แต่ยังไงซะ ระดับความแตกต่างตรงส่วนที่มืดและสว่างของภาพ หรือระดับคอนทราสที่ทำให้ภาพของ background ดูลึกดิ่งลงไป ทำให้คน หรือวัตถุลอยขึ้นมาอยู่บนจอ ยังสู้  smart tv ระดับพรีเมี่ยมยังไม่ได้ แต่อาจจะหงุดหงิดกับการเข้าถึง content บน youtube ของสมาร์ททีวีตัวนี้ เพราะมันไม่สามารถซิงค์แอคเคาท์กับโทรศัพท์มือถือของคุณได้
แต่อย่างน้อยมันก็ทำให้เราเห็นว่าคุณภาพของภาพจากแอปพลิเคชั่น youtube บนทีวีตัวนี้มันไม่ได้อ่อนด้อยไปกว่าเป็นผ่านจาก google chrome สักเท่าไหร่เลย เผลอๆ ผมชอบความสบายตาของภาพบน youtube จาก tv ตัวนี้มากกว่าด้วยซ้ำ จะแพ้ก็แต่ว่าความง่ายในการใช้งานเท่านั้น
 

IMG_20170907_140549.jpg

IMG_20170907_140928.jpg

IMG_20170907_141140.jpg

IMG_20170907_141340.jpg

IMG_20170907_141510.jpg

ว่ากันที่ประสิทธิภาพของโปรเซสเซอร์ในการสเกลภาพจากความละเอียดที่ต่ำกว่าการแสดงผลผมชอบการทำงานของมันในโหมด 1080p มากที่สุดที่ความละเอียดระดับนี้ถือว่ามันทำงานได้ดี ดูจากการเล่นผ่านแผ่นบลูเรย์ทางช่อง HDMI ความคมชัดมีผลอย่างมากที่ทำให้ภาพในความละเอียดนี้มันยกระดับขึ้นมาเหนือกว่าความละเอียดอื่นๆที่เล่นผ่าน TCL LED55F3800 จนแทบไม่ต้องขยับค่าชาร์ปเน็ตหรือค่าที่ปรับเพื่อความคมชัดอีกเลย แต่ก็ต้องยอมใจปรับขึ้นมานิดหน่อยเพราะความเคยชินเท่านั้น ในโหมด movie ดูจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับการดูหนังผ่านทีวีตัวนี้แต่ก็ควรจะให้ความสว่างของมันทำงานได้เต็มที่ด้วย จะแพ้เนื้องานจากต้นฉบับที่เป็น 4k ก็ต้องเรื่องของสีสันนี่แหละ โดยเฉพาะที่ปัจจุบันนี้การ transfer มาเป็น 4k UHD บนแผ่นบลูเรย์จะผ่านการประมวลผลค่าสีที่กว้างกว่าฟิลม์ปกติขึ้นไปอีก หรือไม่ก็มี HDR พ่วงเข้ามาด้วย กับทีวีราคานี้อาจจะเป็นรองเรื่องจำนวนสีที่ครอบคลุมการใช้งานแบบ 4k แต่โดยรวมแล้วผมถือว่าตัวนี้ล่ะครับคุ้มค่าน่าลองถ้าคิดว่าต้องการจอใหญ่ๆ สักตัวแล้วละครับ
 

IMG_20170907_135111.jpg   

ภาพ 4k HDR จากไฟล์ทดสอบ รายละเอียดและสีสันทีวีราคานี้ถือว่าไม่ใช่ของล้อเล่นเลย

  Conclusion

    คำถามก็คือมันน่าซื้อไหม?
    ผมไม่ชอบตอบคำถามแบบนี้เลยเพราะว่าความจำเป็นของแต่ละคนมันไม่เหมือนกัน บางครั้งสิ่งที่ดีกว่าที่ตัวเองคุ้นเคยขึ้นมานิดนึงมันก็เกินพอสำหรับเขาแล้ว นั่นคือสิ่งที่คุณต้องถามตัวคุณเองว่าเงินประมาณเกือบสองหมื่นคุณต้องการอะไรบ้าง
    มันไม่ใช่ สมาร์ททีวีที่ทำให้คุณแฮปปี้กับการเข้าไปขลุกอยู่ใน youtube ทั้งวันแน่นอน
    สำหรับการดูผ่าน digital tv กับทีวีตัวนี้ก็ยังไม่ถึงขนาดทำให้ผมอยากอยู่ติดหน้าจอได้นานๆ แล้วอะไรล่ะที่ทำให้มันจะจูงใจให้คุณหันกลับมามองมัน
คุณต้องชอบดูหนังครับ
โดยเฉพาะที่มีความละเอียดสูงๆ  ถึงระดับ 4k ได้ยิ่งดี อย่าลืมว่ามันมีโหมด HDR10 ให้เล่นอีกทางช่อง USB อินพุต แต่ผมกลับชอบ 4k ในแบบที่ไม่มี HDR มากกว่าเมื่อเล่นกับทีวีตัวนี้ ดูเหมือนสีสันจำเป็นต้องปรับแต่งอะไรมากนักแต่อย่าลืมว่า TCL ตัวนี้มันก็ยังไม่ได้ใช้ black light แบบแยกกันควบคุมความสว่างเป็นโซนจึงใช้ประโยชน์จาก HDR ได้อย่างไม่เต็มที่นัก
เขียนมาขนาดนี้ มันจึงไม่ใช่ 4k ราคาน่าคบ อย่างเดียว มันเลยกลายเป็น ทีวี 4k ราคาน่าคบสำหรับคนคอหนังด้วย ถ้าอยากดู 4k ก่อนคนอื่น แต่ไม่อยากลงทุนมากนักครับ../
  • + เป็นทีวี 4k ขนาด 55 นิ้วที่ราคาไม่ถึง17,000 บ้าไปแล้ว
  • + การใช้งานตอบสนองได้อย่างรวดเร็วดีมากสำหรับทีวีราคานี้
  • + เล่นไฟล์มัลติมีเดีย H.265 ได้ทางช่องUSB โดยไม่ต้องลงแอปฯ ใดๆ
  • - ไม่มีช่อง HDMI (ARC)
  • - ปรับไว้ดีๆ ก็ต้องกลับมาตั้งค่ากันใหม่
     

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ

บริษัท ทีซีแอล อีเล็คโทรนิค (ไทยแลนด์) จำกัด

โทร. 02-248-7505 (ศูนย์บริการรลูกค้าสัมพันธ์)

ราคา 16,990 บาท