รีวิว : ชุดลำโพงซาวด์บาร์ Sony รุ่น HT-MT500 SOUND-BAR SYSTEM

3574READ
0
SHARE

โซนี่เปิดตัวลำโพงซาวด์บาร์ขนาดกะทัดรัด รูปทรง slim อย่างมี style รุ่นนี้ออกมาได้พักหนึ่งแล้ว ท่ามกลางสินค้าประเภทซาวด์บาร์จำนวนมากมายในตลาด เพราะเหตุใดลำโพงซาวด์บาร์รุ่น HT-MT500 ของโซนี่จึงมิได้ถูกบดบังรัศมีแต่กลับถูกพูดถึงและได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามลำดับ

เหตุผลสนับสนุนอันน่าเชื่อถือประการหนึ่งอาจจะเป็นเพราะเทคโนโลยีต่างๆ ที่ทางโซนี่ให้มาแบบ ‘จัดเต็ม’ ก็เป็นได้ ทว่าในการใช้งานจริงเทคโนโลยีเหล่านั้นจะทำให้เราประทับใจซาวด์บาร์รุ่นนี้ได้มากน้อยแค่ไหน นั่นคือสิ่งที่รอการท้าพิสูจน์
 
 
ลำโพงฟูลเรนจ์ขนาดย่อมและซับวูฟเฟอร์ไร้สายทรงเพรียวบาง
ลำโพงซาวด์บาร์ Sony รุ่น HT-MT500 ประกอบไปด้วยลำโพงหลักเพียงแค่ 2 ตัว ตัวหนึ่งเป็นลำโพงซาวด์บาร์หรือ Bar Speaker รุ่น SA-MT500 ขนาดยาวประมาณ 500 มิลลิเมตร (50 เซ็นติเมตร) หนัก 2 กิโลกรัม อีกตัวเป็นลำโพงซับวูฟเฟอร์แบบไร้สายรุ่น SA-WMT500 ที่มีรูปทรงเพรียวบาง มีความหนาเพียง 95 มิลลิเมตร (9.5 เซ็นติเมตร) เท่านั้น แต่มีน้ำหนักถึง 6.6 กิโลกรัม สามารถใช้งานได้ทั้งในรูปแบบวางตั้งไว้ข้างชั้นวางทีวีหรือวางนอนแอบเอาไว้ใต้โซฟา (Sofa Mode)
 
ไดรเวอร์ฟูลเรนจ์ในตัวลำโพงซาวด์บาร์
 
ตัวลำโพงซาวด์บาร์ใช้ไดรเวอร์ฟูลเรนจ์ขนาดเล็กแค่ 45 มิลลิเมตร (4.5 เซ็นติเมตร) หรือแค่เกือบๆ 2 นิ้วเท่านั้นจำนวน 2 ตัว แยกแชนเนลอิสระซ้ายและขวา ขับด้วยภาคขยายเสียงระบบสเตริโอในตัวกำลังขับข้างละ 25 วัตต์ (อ้างอิงที่ 4 โอห์ม, 1 kHz, 1% THD) ด้านหน้าลำโพงมีตะแกรงเหล็กปิดป้องกันตัวไดรเวอร์ ตะแกรงนี้ยึดเอาไว้ด้วยแรงแม่เหล็กสามารถดึงเปิดได้สะดวก การปิดกลับเข้าไปก็ทำได้สะดวกไม่ต่างกัน
 
รายละเอียดภายในตัวลำโพงซาวด์บาร์
 
ด้านหน้าตัวลำโพงซาวด์บาร์มีจอแสดงผลเป็นไฟสีขาวสว่างที่สามารถแสดงผลได้ทั้งตอนที่ปิดและเปิดตะแกรงเหล็ก ด้านบนตัวลำโพงซาวด์บาร์บริเวณตรงกลางที่เป็นโลโก้ ‘NFC’ เป็นจุดที่ออกแบบเอาไว้ให้นำอุปกรณ์ประเภทสมาร์ทโฟนมา ‘แตะ’ เพื่อเชื่อมต่อสัญญาณบลูทูธผ่านฟังก์ชั่น NFC ด้านบนฝั่งขวามือยังมีแถวของปุ่มคำสั่งระบบสัมผัสที่ตอบสนองการใช้งานได้ดี ทำให้ลำโพงซาวด์บาร์ตัวนี้มีดีไซน์ที่สะท้อนถึงความเรียบหรู เพราะไม่มีปุ่มกดนูนๆ มาวางเกะกะสายตาเลย
 
ลำโพงซับวูฟเฟอร์ไร้สายและภาพแสดงรายละเอียดภายในตัวลำโพง
 
สำหรับตัวลำโพงซับวูฟเฟอร์ไร้สายเป็นระบบตู้เปิด พอร์ตเบสรีเฟลกซ์อยู่ด้านหน้า ใช้ไดรเวอร์ขนาด 160 มิลลิเมตรหรือราวๆ 6 นิ้วเศษ ติดตั้งอยู่ทางด้านข้างของตู้ลำโพง ดูจากสรีระของตู้ลำโพงแล้วไดรเวอร์ตัวนี้น่าจะเป็นวูฟเฟอร์ดีไซน์พิเศษที่มีขนาดค่อนข้างบางตามสัดส่วนของตัวตู้ลำโพง ภาคขยายเสียงในตัวกำลังขับ 85 วัตต์ (อ้างอิงที่ 4 โอห์ม, 100 Hz) เชื่อมต่อกับตัวลำโพง Bar Speaker ด้วยระบบไร้สาย
 
ลำโพงทั้ง 2 ส่วนทำงานด้วยระบบแอคทีฟตัวลำโพงลำโพงซาวด์บาร์จะใช้พลังงานไฟเลี้ยงจากอะแดปเตอร์แยกภายนอก ส่วนตัวลำโพงซับวูฟเฟอร์ก็ต้องเสียบสายไฟเอซีแยกต่างหากอีกหนึ่งเส้น
 
ความกลมกลืนของเสียงระหว่างตัวลำโพงซาวด์บาร์และซับวูฟเฟอร์สามารถปรับตั้งได้ในเมนูตั้งค่าของ HT-MT500 เอง โดยตัวมันจะมีระบบ bass management เอาไว้คอยปรับจูนเสียงในระบบ 2.1 แชนเนล ซึ่งสามารถตั้งค่าได้ทั้งในส่วนของระดับความดัง (level) และระยะวางลำโพง (distance) นอกจากนั้นยังออกแบบให้เราสามารถปรับระดับเสียงของลำโพงซับวูฟเฟอร์จากรีโมทคอนโทรลอินฟราเรดของ HT-MT500 ได้โดยตรงด้วยต่างหาก
 
ในกรณีที่ใช้งานแบบ ‘Sofa Mode’ ระบบ bass management นี้ยังช่วยในการปรับแต่งชดเชยเสียงให้มีความเป็นธรรมชาติ เพื่อไม่ให้ลำโพงซับวูฟเฟอร์ที่วางอยู่ใต้ที่นั่งให้เสียงทุ้มออกมาล้น ท่วมหรืออื้ออึงมากเกินไปอันเป็นผลพวงมาจากสภาพอะคูสติกของบริเวณใต้ที่นั่งหรือโซฟาของเรา ถือว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนที่ต้องการความเรียบร้อยในการจัดวางล่ะครับ
 
คุณสมบัติและการเชื่อมต่อ
หลังจากศึกษาการทำงานของลำโพงซาวด์บาร์ชุดนี้แล้ว ผมรู้สึกว่าด้วยคุณสมบัติแบบจัดเต็มของมันทำให้ผมรู้สึก ‘หนักใจ’ เล็กๆ ไม่ได้หนักใจในเรื่องของคุณภาพหรือการใช้งานนะครับ แต่หนักใจตรงที่จะพูดถึงหรือได้ลองเล่นมันอย่างครบถ้วนหรือเปล่า
 
ขั้วต่อด้านหลังตัวลำโพงซาวด์บาร์และปุ่มกดแบบสัมผัสด้านบนลำโพงซาวด์บาร์
 
การเชื่อมต่อหลักๆ นั้นจะไปอยู่ที่ตัวลำโพงซาวด์บาร์ (Bar Speaker) ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางของระบบและการเชื่อมต่อต่างๆ โดยที่ด้านหลังของตัวลำโพงซาวด์บาร์จะมีขั้วต่อมาให้ใช้งานอยู่จำนวนหนึ่ง ประกอบไปด้วยขั้วต่อ Analog Input (mini 3.5mm), ขั้วต่อ Optical Input และ ขั้วต่อ HDMI Output ที่รองรับ ARC (Audio Return Channel) 
 
นอกจากนั้นยังมีพอร์ต USB (USB-A) ให้เสียบเล่นไฟล์เพลงจากอุปกรณ์เก็บข้อมูลที่เชื่อมต่อทางยูเอสบี (รองรับ File System แบบ exFAT ด้วยนะครับ) พอร์ตนี้ไม่ได้อยู่ด้านหลังตัวซาวด์บาร์ แต่ซ่อนอยู่บริเวณด้านข้างฝั่งขวามือ (เมื่อหันหน้าเข้าหาตัวลำโพง) เวลาจะใช้งานต้องเอาปลายเล็บแงะเปิดช่องฝาปิดที่ทำเอาไว้อย่างแนบเนียนออกมาเสียก่อน
 
ความสามารถในการเล่นไฟล์เพลงทางพอร์ต USB นี้ก็ไม่ธรรมดานะครับ เพราะตามสเปคฯ เครื่องมันรองรับไฟล์เพลงยอดนิยมในโลกนี้แทบทุกประเภทไม่ว่าจะเป็นไฟล์แบบไม่ได้บีบอัดข้อมูล, ไฟล์บีบอัดข้อมูลแบบ lossless หรือไฟล์บีบอัดข้อมูลแบบ lossy แม้แต่ไฟล์เพลงฟอร์แมต DSD (.dsf, .dff) ก็ยังเล่นได้เลยครับ เท่าที่ได้ลองเล่นดูมันเล่นได้ถึง DSD128 เลยล่ะครับ! ไม่เสียทีที่โซนี่เป็นหนึ่งผู้ให้กำเนิดและให้การสนับสนุนฟอร์แมตเสียง DSD ตลอดมา
พอร์ต USB ที่ซ่อนไว้ด้านข้างตัวลำโพงซาวด์บาร์
 
นอกจากการเชื่อมต่อสัญญาณกับขั้วต่อทั้งหมดที่ว่ามาได้แก่อินพุต ‘TV’ (ARC HDMI OUT), ‘ANALOG IN’, ‘Optical TV IN’ และพอร์ต ‘USB’ แล้ว ซาวด์บาร์ชุดนี้ยังถูกออกแบบให้สามารถเชื่อมต่อระบบ network และ internet ได้ด้วยครับ โดยเชื่อมต่อได้ทั้งทาง LAN (Ethernet RJ45) และ WLAN (Wi-Fi) ทำให้มันรองรับการเล่นเพลงในรูปแบบของการสตรีมมิ่งได้ทั้งระบบมิวสิคเซิฟเวอร์ส่วนตัว (DLNA Music Server, Multiroom Streaming) เมื่อเลือกอินพุต ‘Home Network’ และยังสามารถสตรีมเพลงจากผู้ให้บริการเพลงออนไลน์ผ่านอินเทอร์เน็ตอย่าง Spotify (สำหรับผู้ที่มีบัญชีกับ Spotify) มาได้อีกด้วยครับในกรณีที่เราเลือกใช้งานอินพุต ‘Music Service’ 
 
โอ้โฮ... ลำโพงซาวด์บาร์สมัยนี้คุณสมบัติไม่ใช่ขี้ไก่เลย
 
แต่ยังครับ... ยังไม่หมดแค่นั้น ลำโพงซาวด์บาร์ชุดนี้ยังรองรับการเชื่อมต่อไร้สายบลูทูธ (Bluetooth v.4.1) และแน่นอนว่าซาวด์บาร์ชุดนี้มีเทคโนโลยี LDAC ของโซนี่ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการรับ-ส่งบลูทูธสำหรับสัญญาณเสียงรายละเอียดสูง นอกจากนั้นการเชื่อมต่อบลูทูธในซาวด์บาร์ชุดนี้ยังมีรูปแบบให้เลือกใช้งานได้ทั้งโหมด ‘ตัวรับสัญญาณ (Receiver, RX’) และโหมด ‘ตัวส่งสัญญาณ (Transmitter, TX)’ โดยสามารถตั้งค่าเลือกรูปแบบการใช้งานได้ในเมนู Setup > Bluetooth Settings >  Bluetooth Mode
 
ถ้าใช้งานในโหมดตัวรับสัญญาณบลูทูธ ลำโพงซาวด์บาร์ชุดนี้จะเป็นลำโพงบลูทูธให้เราเล่นเพลงจากสมาร์ทโฟน แท็บเล็ตหรือคอมพิวเตอร์มาฟังที่ตัวมันได้ สำหรับในโหมดตัวส่งสัญญาณบลูทูธลำโพงซาวด์บาร์ชุดนี้จะทำหน้าที่ส่งสัญญาณเสียงจากตัวมันไปออกที่อุปกรณ์ตัวรับบลูทูธของเราเช่น หูฟังบลูทูธ 
 
โหมดหลังนี้มีประโยชน์ในเวลาเรารับชมทีวีแบบไม่ต้องการให้เสียงออกไปรบกวนใคร แค่มีหูฟังบลูทูธ ตัวทีวีของเราจะส่งสัญญาณบลูทูธไม่ได้ไม่เป็นไร แค่ต่อเสียงจากทีวีมาเข้าที่ HT-MT500 แล้วให้ลำโพงชุดนี้ทำหน้าที่ส่งสัญญาณบลูทูธออกมาแทน ทีนี้จะดูหนังในเวลาดึกดื่นค่ำคืนแค่ไหนก็ไม่ต้องกลัวว่าจะรบกวนใคร ไม่ต้องมีสายหูฟังยาวๆ มาต่อให้เกะกะ... เจ๋งไหมล่ะ
 
อีกคุณสมบัติหนึ่งที่ตอกย้ำความหนักใจของผมตามที่ได้เรียนไว้ข้างต้นก็คือ ถ้าหากว่าเสียงจากลำโพงซาวด์บาร์ชุดนี้มันยังไม่โอบล้อมรอบทิศทางพอล่ะก็ เขายังออกแบบให้เราสามารถเพิ่มลำโพงคู่หลังแบบไร้สายของโซนี่ที่ออกแบบมาเป็นอุปกรณ์เสริมเข้าไปได้ด้วยครับ…โห น่าเสียดายว่าทางโซนี่เขาไม่ได้ส่งลำโพงที่ว่ามาให้ลองด้วยแต่ถ้าใครสนใจเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ http://sony.net/nasite/
 
การเชื่อมต่อกับทีวี
เช่นเดียวกับลำโพงซาวด์บาร์อื่นๆ การใช้งานโดยหลักๆ คงจะหนีไม่พ้นการเชื่อมต่อกับทีวีของเรา ด้วยความที่ HT-MT500 เป็นลำโพงซาวด์บาร์ที่มีออปชั่นให้เลือกต่อใช้งานอย่างครอบคลุม การเชื่อมต่อกับทีวีไม่ว่าจะเป็นรุ่นเก่าหรือรุ่นใหม่จึงไม่ใช่ปัญหา นอกเสียจากว่าทีวีของเราจะเป็นรุ่นเก่ามากๆ แบบว่าย้อนไปถึงยุคที่ทีวีมีขั้วต่อ RF มาแค่ให้ชุดเดียวเท่านั้นแหละครับ
 
แผนภาพแสดงการเชื่อมต่อ HT-MT500 กับทีวี
 
กรณีที่ 1. ถ้าทีวีของเรามีขั้วต่ออินพุต HDMI ที่รองรับ ARC (โดยมากจะมีกำกับเอาไว้หรือดูได้จากในคู่มือของทีวี)… อันนี้ง่ายเลยครับ แค่ต่อสาย HDMI ที่เขาให้มาด้วยกับตัวลำโพงแค่เส้นเดียวจบเลย ตัวซาวด์บาร์ก็สามารถส่งสัญญาณภาพเมนูออนสกรีนไปที่ทีวีได้ ตัวทีวีก็สามารถส่งสัญญาณเสียงมาที่ตัวลำโพงได้ด้วยสาย HDMI เส้นเดียว กรณีนี้น่าจะสะดวกและให้คุณภาพออกมาดีที่สุดนะครับ
 
กรณีที่ 2. ถ้าทีวีของเรามีขั้วต่ออินพุต HDMI แต่ไม่รองรับ ARC และมีขั้วต่อ OPTICAL OUT…  ให้ต่อสาย HDMI จากลำโพงไปเข้าที่อินพุต HDMI ของทีวีเพื่อส่งสัญญาณภาพเมนูออนสกรีนไปที่ทีวี แล้วต่อสาย OPTICAL (ต้องจัดหาเพิ่ม) จากทีวีมาเข้าอินพุต Optical ที่ตัวลำโพงเพื่อส่งสัญญาณเสียงจากทีวีมาที่ตัวลำโพง
 
กรณีที่ 3. ถ้าทีวีของเรามีขั้วต่ออินพุต HDMI แต่ไม่รองรับ ARC และไม่มีขั้วต่อ OPTICAL OUT มีแต่ AUDIO OUT... ให้ต่อสาย HDMI จากลำโพงไปเข้าที่อินพุต HDMI ของทีวีเพื่อส่งสัญญาณภาพเมนูออนสกรีนไปที่ทีวี ส่วนสัญญาณเสียงจากตัวทีวีให้ต่อสายจากขั้วต่อ AUDIO OUT ของทีวีมาที่ ANALOG IN ของลำโพง ตัวสายสัญญาณอาจจะต้องหาที่เหมาะสมตามลักษณะของขั้วต่อที่ตัวทีวี ส่วนด้านปลายที่มาเข้าลำโพงเป็นขั้วต่อมินิแจ็ค 3.5mm เป็นอันใช้ได้
 
กรณีที่ 4. ถ้าทีวีของเราไม่มีขั้วต่ออินพุต HDMI ไม่มีขั้วต่อ OPTICAL OUT มีแต่ AUDIO OUT… กรณีนี้การส่งสัญญาณภาพเมนูออนสกรีนไปที่ทีวีจะไม่สามารถทำได้ ดังนั้นการตั้งค่าจะต้องอาศัยรีโมตและหน้าจอแสดงผลเล็กๆ ของตัวลำโพงซาวด์บาร์ หรือไม่ก็ควบคุมผ่านแอปฯ ชื่อ ‘Sony Music Center’ ของโซนี่ในสมาร์ทโฟนซึ่งผมจะกล่าวถึงในหัวข้อถัดไป  ส่วนสัญญาณเสียงจากตัวทีวีให้ต่อสายจากขั้วต่อ AUDIO OUT ของทีวีมาที่ ANALOG IN ของลำโพงเหมือนในกรณีที่ 3.
 
สำหรับกรณีที่ 1. และ 2. เวลาใช้งานให้เลือกอินพุตของลำโพงซาวด์บาร์ไปที่ ‘TV’ แต่ถ้าเป็นกรณีที่ 3. และ 4. ให้เลือกไปที่ ‘ANALOG’
 
หน้าจอหลักของเมนูแบบออนสกรีน
 
ไม่เพียงทางเลือกในการเชื่อมต่อกับทีวีเท่านั้นที่ทางโซนี่ให้ความสำคัญ อีกเรื่องหนึ่งที่อาจจะเป็นปัญหาเมื่อใช้งานจริงก็คือตัวลำโพงซาวด์บาร์อาจจะไปกีดขวางเซ็นเซอร์รีโมทคอนโทรลของทีวี รีโมทคอนโทรลของทีวีอาจไม่สามารถใช้งานได้ ฟังก์ชั่นหนึ่งได้แก่ฟังก์ชั่น ’IR-Repeater’ ในซาวด์บาร์ชุดนี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหานั้น ทำให้เราสามารถใช้รีโมทคอนโทรลของทีวีในการควบคุมทีวีได้โดยการส่งสัญญาณรีโมทจากด้านหลังของตัวลำโพงซาวด์บาร์
 
การเปิดใช้งานฟังก์ชั่น IR-Repeater ของตัวลำโพงซาวด์บาร์ก็แค่เข้าไปที่ HOME > SETUP > System Settings > [IR-Repeater] หน้เมนู [IR-Repeater] จะปรากฏบนหน้าจอทีวี แล้วเลือกไปที่ ON 
 
เมื่อได้สัมผัสกับตัวจริงของ HT-MT500 ผมพบว่าตัวลำโพงนั้นออกแบบมาดูดีใช้ได้เลยทีเดียว ทั้งเรื่องคุณภาพของวัสดุและการทำลวดลายเลียนแบบพื้นผิวแบบหนังมาบนตัวลำโพงทั้งสอง ทำให้มันดูหรูขึ้นมาอีกพอสมควรเมื่อเทียบกับลำโพงซาวด์บาร์ทั่วไปที่เป็นพลาสติกสีดำๆ ธรรมดา

แผนภาพแสดงทางเลือกในการจัดวางลำโพงซับวูฟเฟอร์ไร้สาย
 
การเชื่อมต่อระหว่างตัวลำโพงซาวด์บาร์และลำโพงซับวูฟเฟอร์ไร้สายสามารถทำได้ง่ายๆ เพียงแค่กดปุ่ม ‘SECURE LINK’ ที่ด้านหลังตัวลำโพงซับวูฟเฟอร์ แล้วรอให้ระบบของเขาจัดการเชื่อมต่อกันเอง 
 
การควบคุมด้วยแอปฯ ในสมาร์ทโฟน
นอกจากการควบคุมสั่งงานด้วยรีโมทคอนโทรลอินฟราเรดและเมนูออนสกรีนบนหน้าจอทีวีแล้ว ลำโพงซาวด์บาร์ชุดนี้เมื่อเชื่อมต่อกับระบบ network แล้ว มันยังเปิดโอกาสให้เราควบคุมสั่งงานผ่านแอปฯ ‘Sony Music Center’ ในสมาร์ทโฟน (Android และ iOS) ได้ด้วยครับ
 
การเชื่อมต่อ HT-MT500 เข้ากับระบบ network ถ้าเป็นแบบเสียบสาย LAN ก็ง่ายครับ แค่เสียบสาย LAN จากเราต์เตอร์ของเรามาเข้าที่พอร์ต Ethernet ด้านหลังลำโพงซาวด์บาร์ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย ในกรณีที่ไม่สะดวกเชื่อมต่อด้วยสาย LAN ก็สามารถเชื่อมต่อด้วยสัญญาณ Wi-Fi ได้ครับ อาจจะมีขั้นตอนเพิ่มขึ้นแต่ก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไร
 
เริ่มจากการเปิดใช้งานแอปฯ ‘Sony Music Center’ ในสมาร์ทโฟนของเรา จากนั้นเมนู ‘Network Settings’ จะช่วยแนะนำการเชื่อมต่อที่เป็นลำดับขั้นตอน เข้าใจได้ไม่ยาก แม้ว่าผมจะเพิ่งได้ลองเล่นเป็นครั้งแรกแต่ใช้เวลาไม่นานตัว HT-MT500 ก็สามารถเชื่อมต่อกับระบบ network ที่ผมใช้งานอยู่ได้อย่างสมบูรณ์ 
 
การตั้งค่าเชื่อมต่อ WiFi ด้วยแอปฯ Sony Music Center ในสมาร์ทโฟน
 
แอปฯ ‘Sony Music Center’ สามารถควบคุมสั่งงานลำโพงซาวด์บาร์ชุดนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพเนื่องจากตัวสมาร์ทโฟนของเราจะเป็นทั้งรีโมทคอนโทรลและหน้าจอแสดงผลที่แจ้งรายละเอียดได้มากกว่าจอแสดงผลของตัวซาวด์บาร์เอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวลาเล่นเพลงจากไฟล์สตรีมมิ่งหรือการเล่นไฟล์เพลงทางพอร์ต USB ไม่ว่าไฟล์เพลงของเราจะมีที่มาที่ไปอย่างไร ระบบการทำงานของแอปฯ ตัวนี้จะมีการดึงข้อมูลของไฟล์เพลงจากฐานข้อมูลเพลงระดับแนวหน้าอย่าง GraceNote มาใช้งานด้วยครับ
 
การใช้งานแอปฯ ตัวนี้จะยิ่งสะดวกมากขึ้นเมื่อระบบของเราเป็นระบบมัลติรูม การควบคุมเครื่องเสียงของโซนี่ในโซนต่างๆ จะสามารถทำจากสมาร์ทโฟนเพียงตัวเดียวได้อย่างง่ายดาย ทั้งการเลือกอินพุต การเลือกเพลงมาเล่น การควบคุมระดับความดัง เรียกว่าคุณสมบัติไม่ได้เป็นรองสินค้าเครื่องเสียงในกลุ่ม Music Streaming เลย
 
ยิ่งเมื่อได้ลองฟังสุ้มเสียงกันแล้วผมว่าโซนี่จูนมันมาได้ค่อนข้างดีเลยสำหรับลำโพงขนาดเล็กอย่างนี้ มันทำให้ผมนึกถึงเครื่องเสียงชุดเล็กๆ แต่ประสิทธิภาพสูงอย่าง SONY : CAS-1 ดังนั้นมองในมุมไหนผมก็ต้องบอกว่าโซนี่ไม่ได้สร้าง HT-MT500 มาเพื่อเป็นลำโพงสำหรับการดูหนังแต่เพียงอย่างเดียว แต่นี่คือชุดเครื่องเสียง Hi-Res Audio ขนาดย่อมจากโซนี่ที่มีคุณสมบัติพื้นฐานมิได้เป็นรองเครื่องเสียงดิจิตอลแยกชิ้นสมัยใหม่แต่ประการใด
 
โฮมเธียเตอร์ขนาดย่อมแบบเรียบง่ายที่กระหึ่มได้พอตัว
ผมลองใช้ SONY HT-MT500 ในส่วนเอนเตอร์เทนภายในสำนักงานของ GM2000 ซึ่งเป็นพื้นที่ค่อนข้างเปิดโล่งคล้ายกับตอนที่โซนี่สาธิตในห้องของโรงแรมเมื่อครั้งที่เปิดตัวลำโพงซาวด์บาร์รุ่นนี้ อาศัยว่านั่งฟังนั่งชมกันใกล้ๆ ก็ไม่ได้เป็นปัญหาอะไร 
 
จากเสียงที่ได้ยินผมว่ามันกระหึ่มเกินคาดเลยล่ะ ลำพังตัวซาวด์บาร์ที่ใช้ไดรเวอร์แค่ 2 นิ้วแค่สองตัวคงไม่สามารถสร้างเสียงที่เกินตัวได้เช่นนี้ แต่เพราะมันได้การสนับสนุนจากลำโพงซับวูฟเฟอร์ที่มาด้วยกัน อย่างไรก็ดีคุณภาพเสียงที่ได้จะขึ้นอยู่กับการปรับปริมาณเสียงระหว่างตัวซาวด์บาร์และซับวูฟเฟอร์ด้วยเช่นกัน ถ้าเป็นห้องที่มีปริมาตรจำกัดและอยากนั่งชมกันตามสบาย ผมว่าห้องขนาด 3x5 เมตรน่าจะได้เสียงแบบเต็มๆ หรือไปถึง 4x6 เมตร ลำโพงซาวด์บาร์ชุดนี้ก็น่าจะยังพอเอาอยู่นะครับ
 
โชคดีที่การปรับดังกล่าวสามารถทำได้โดยง่ายจากรีโมทคอนโทรล เพราะนอกจากเขาจะมีวอลุ่มรวมของทั้งระบบแล้ว ยังมีปุ่มวอลุ่มของซับวูฟเฟอร์แยกต่างหาก การจูนเสียงก็แค่ปรับวอลุ่มของซับวูฟเฟอร์ให้พอเหมาะเท่านั้นเอง วิธีการฟังก็ไม่ยากครับ ฟังแล้วเสียงทุ้มมี แต่รายละเอียดกลางแหลมยังอยู่ ยังชัดเจน ไม่ถูกเสียงทุ้มกลบไปเป็นอันใช้ได้ จะเพิ่มหรือลดเพื่อปรุงรสอีกนิดๆ หน่อยๆ ก็ไม่มีปัญหา อยู่ที่รสนิยมในการฟังส่วนบุคคลกันไป
 
การใช้งานในลักษณะ Sofa Mode
 
ในแง่ของการใช้งานเป็นลำโพงดูหนัง ผมปรับให้ SONY HT-MT500 มีเสียงทุ้มหนุนมากกว่าปกติเล็กน้อย วอลุ่มซับฯ อยู่ที่ระดับ 6-7 ปรับโหมดเสียง ‘SOUND FIELD’ ไปที่โหมดดูหนัง ‘MOVIE’ จะได้มิติเสียงที่กว้างขึ้น โอบล้อมมากขึ้น รวมกับความหนักแน่นที่ได้รับรองว่าดูหนังสนุกขึ้นแน่นอน ลำโพงในตัวทีวีไม่ต้องไปสนใจเลยครับ
 
โหมดเสียง ‘SOUND FIELD’ ยังมีอีกหลายโหมดให้เลือกนะครับ เช่น ‘MUSIC’, ‘GAME’, ‘SPORT’, ‘STANDARD’, CLEAR AUDIO+ สุ้มเสียงก็จะเปลี่ยนไปตามการจูนเสียงที่ทางโซนี่เขาออกแบบมา เปลี่ยนไปทั้งในส่วนของการ equalization และในส่วนของมิติเสียง แต่ถ้าดูหนังยืนยันว่าโหมด ‘MOVIE’ ให้เสียงออกมาได้น่าสนใจที่สุดครับ ลำโพงในตัวทีวีน่ะเหรอ หลบไปไกลๆ เลย ถ้าไม่ใช่ทีวีรุ่นไฮเอ็นด์ที่ให้ลำโพงคุณภาพดีมากๆ ผมรับรองได้เลยว่าไม่มีทางสู้ HT-MT500 ได้แน่นอน... แต่ก็อย่าได้เอาซาวด์บาร์ตัวเล็กๆ อย่างนี้ไปเทียบกับ Bluesound Pulse Soundbar หรือ Bose SoundTouch 300 นะครับ มันมวยคนละรุ่นกัน
 
ฟังเพลงได้เพลินๆ ด้วยระบบเสียงขั้นเทพที่รองรับแม้แต่ DSD !
นอกจากจะใช้ในชุดดูหนังแล้วผมว่าลำโพงซาวด์บาร์หลายรุ่นในยุคนี้สามารถใช้งานเป็นชุดเครื่องเสียงได้ด้วยในแบบ 2 IN 1 ลำโพงซาวด์บาร์ของโซนี่ชุดนี้ก็เช่นกัน
 
แม้ว่าตอนที่ผมฟังเพลงกับซาวด์บาร์ชุดนี้ผ่านการส่งสัญญาณบลูทูธจากสมาร์ทโฟนมันจะให้เสียงที่น่าสนใจ แต่เชื่อไหมครับว่านั่นเป็นแค่น้ำจิ้ม มันยังทำอะไรได้มากกว่านั้นอีกเยอะดังนั้นห้ามเรียก HT-MT500 เป็นแค่ลำโพงบลูทูธเด็ดขาด เพราะนั่นเป็นการลดฐานันดรของลำโพงซาวด์บาร์ชุดนี้ลงไปเยอะเลย
 
เวลาใช้ซาวด์บาร์ชุดนี้ฟังเพลง ผมปรับลดวอลุ่มของซับวูฟเฟอร์ลงไปอยู่ที่ประมาณระดับ 5-6 จะได้สมดุลเสียงที่น่าฟังกว่าครับ ส่วนโหมด ‘SOUND FIELD’ ผมเลือกใช้ระหว่าง ‘STANDARD’ ซึ่งจะแฟลทๆ หน่อย และ ‘MUSIC’ ซึ่งมีการปรุงแต่งเสียงเล็กน้อยแต่ยังฟังได้สาระ ได้เรื่องได้ราวอยู่
 
อย่างที่ได้เรียนไว้ข้างต้นว่าการฟังบลูทูธกับ HT-MT500 นั้นเป็นแค่น้ำจิ้ม เพราะมันสามารถสตรีมจาก DLNA Server ได้ด้วยซึ่งนั่นหมายถึงระบบมัลติรูมและความสะดวกในการใช้งาน แต่ก็ไม่ได้มีแค่เพียงเท่านั้นเพราะมันยังรองรับ hi-res audio ได้อีกต่างหาก 
 
แต่ที่ผมคิดว่าเป็นไฮไลท์จริงๆ ต้องเป็นการเล่นไฟล์ทางพอร์ต USB ครับ ผมเอาไฟล์เพลงใส่ใน SAMSUNG T3 ซึ่งเป็น External SSD แบบพกพาลองเสียบแล้วเลือกเล่นเพลงใน SSD จากแอปฯ ‘Sony Music Center’ ในสมาร์ทโฟน สุ้มเสียงที่ออกมาเรียนตามตรงว่าดีเกินคาดครับ คือเรื่องคุณภาพเสียงตรงนี้มันขึ้นอยู่กับการปรับตั้งของเราด้วยนะครับ 
 
เล่นเพลงโดยการควบคุมสั่งงานผ่านแอปฯ Sony Music Center ในสมาร์ทโฟน
 
อย่างที่ได้เรียนไว้แล้วในเบื้องต้นว่าเสียงของ HT-MT500 เกิดจากการผสมผสานระหว่างตัวซาวด์บาร์และซับวูฟเฟอร์ การปรับจูนเสียงระหว่างลำโพงทั้งสองตัวนี้จึงสำคัญมาก เรียกว่ามีผลขนาดทำให้เสียงที่ออกมาได้เกรดเอหรือเกรดซีได้เลยทีเดียว เมื่อคราวที่ผมเอาภาพลำโพงชุดนี้ไปอวดในแฟนเพจเฟซบุ้คของ GM 2000 magazine มีคนถามว่า… เสียงมันดีกว่ามินิคอมโปฯ มั้ย ผมได้ลองแล้วก็ได้คำตอบว่า มีโอกาสจะดีกว่าและแย่กว่า ด้วยเหตุผลดังกล่าว
 
ในกรณีที่ปรับจูนได้อย่างเหมาะสม เสียงที่ได้จาก HT-MT500 เมื่อใช้ฟังเพลง เป็นเสียงที่ฟังสนุกรายละเอียดดี กระจ่างชัดแบบมีชั้นเชิง ฟังเอาเนื้อหาสาระได้ ฟังเอาเพลินๆ ได้ แถมยังเปิดโอกาสให้ปรับแต่งบุคลิกเสียงได้ตามใจได้ประมาณหนึ่ง ไม่ใช่เครื่องเสียงที่เสียงกระป๋องกระแป๋งแน่นอน ใครจะไปคิดเล่าครับว่าเสียงเครื่องเป่าทองเหลืองที่มีเนื้ออวบอิ่มจะออกมาจากลำโพงตัวแค่นี้ได้ (ไดรเวอร์หลักแค่ 2 นิ้ว!)
 
โดยภาพรวมเป็นเสียงที่ค่อนข้างมีคุณภาพไม่ได้มีแต่ปริมาณเหมือนมินิคอมโปฯ ราคาถูกๆ แต่อย่าคาดหวังรายละเอียดในระดับเดียวกับเครื่องเสียงแยกชิ้น ถ้าเข้าใจในจุดนี้แล้วผมเชื่อว่าใครที่ได้ฟังเพลงจากซาวด์บาร์ชุดนี้แล้วก็น่าจะ happy กันทุกคนครับ ผมเองก็เช่นกัน
 
กะทัดรัด ฟีเจอร์แน่น คุณภาพเสียงคุ้มค่า
จากทั้งหมดที่ว่ามาคงไม่มีใครที่ไม่เห็นด้วยกับผมว่า SONY HT-MT500 เป็นลำโพงซาวด์บาร์สมัยใหม่ที่แพ็คลูกเล่นหรือความสามารถมาให้อย่างอุดมสมบูรณ์ อย่างไรก็ดีหลังจากที่ได้ลองเล่นลำโพงชุดนี้มา ผมคิดว่าการประเมินคุณภาพของมันคงไม่สามารถใช้เพียงแค่สายตา การคาดคะเนหรือประสบการณ์เดิมๆ ของเราที่มีกับลำโพงซาวด์บาร์รุ่นอื่นๆ เพราะนี่คือ ลำโพงซาวด์บาร์ที่สอดคล้องกับการเกิดขึ้นของนวัตกรรม Internet of Things โดยแท้
 
นอกจากเรื่องความสามารถแล้ว คุณภาพเสียงก็เป็นปัจจัยสำคัญ และการประเมินที่ดีที่สุดก็คือ ใช้หูของเราฟังครับ ฟังว่าเวลาใช้เป็นโฮมเธียเตอร์เสียงจะออกมาอย่างไร ฟังว่าเวลาใช้เป็นสเตริโอ 2.1ch ซิสเตมสุ้มเสียงจะเป็นอย่างไร… ผมบอกตรงนี้ได้เลยครับว่ามันไม่ใช่เรื่องยาก เหมือนอย่างที่ผมได้ยินได้ฟังมาตลอดทั้งรีวิวนี้
นำเข้าและจัดจำหน่ายโดย
บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด
โทร. : 0-2715-6100 (ศูนย์บริการข้อมูลลูกค้าสัมพันธ์)
โทรฟรี: 1800 231991 (เฉพาะเบอร์บ้านในต่างจังหวัด)
ราคา 21,990 บาท
MORE INFO BUY NOW