ดวงทีวีในปี 2517

3037READ
0
SHARE

ดวงทีวีในปี 2017

การเริ่มต้นศักราชใหม่ในปีนี้ คงต้องขอทำตัวเป็นหมอดูกับเขาสักครั้ง เป็นการคาดเดาหรือทำนายสิ่งที่เกิดขึ้นในปีนี้โดยเฉพาะในตลาดทีวี หรือดิสเพลย์ที่ใช้ในบ้าน ปีนี้อาจจะไม่มีกิจกรรมอะไรมาส่งเสริมยอดการขายของตลาดทีวีบ้านเรา รวมไปถึงในต่างประเทศมากนัก อาจมีเพียงแค่มหกรรมการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ช่วงปลายปี ซึ่งถ้ามีการโปรโมทกันจริงจังก็อาจก็อาจกระตุ้นได้นิดหน่อย แต่ก็มีกระแสจาก content ต่างๆ ทั้งรายการที่อยู่บนทีวีดิจิตอล และ content ที่อยู่ตามอินเทอร์เน็ต เข้ามาเป็นแรงผลักดันที่ทำให้คนทั่วไปอยากเปลี่ยนทีวีเครื่องใหม่ ในปีนี้มาดูกันว่ามีอะไรบ้างที่จะเป็นเทรนด์สำหรับทีวีในปี 2017 ตามมุมมองของเวปเรา GM2000 กันบ้าง
 

เริ่มต้นต้อง 55 นิ้ว 4K

ปัจจุบันนี้ขนาดของจอทีวีที่เหมาะกับการใช้งานในบ้าน รวมถึงการตั้งราคาขายที่ชัดเจนมาจากโรงงาน ขนาดจอจึงจะเริ่มต้นจาก 55 นิ้วเป็นหลัก แต่ก็จะมี 65 นิ้วและ 75 นิ้วให้เป็นทางเลือก ราคาอาจจะกระโดดจาก 55 นิ้วไป 75 นิ้วถึงหนึ่งเท่าในรุ่น และซีรี่ย์เดียวกัน ส่วนในตลาด 55 นิ้วความละเอียดระดับ 4K หรือ UHD จะเป็นตลาดที่ห้ำหั่นกันเกือบทุกยี่ห้อ

 

Chromcast Ultra 4K TV Box 

อาจจะไม่เห็นการลดแลกแจกแถมอะไรกันมากกับไซส์ทีวีขนาดนี้เพราะว่าการตลาดแข่งขันกันสูงเรื่องราคา เกือบทุกตัวน่าจะมี Smart TV มาให้ครบในตัว แต่อย่าคาดหวังอะไรมาก บางรุ่น บางตัว อาจทำได้แค่เข้า youtube เป็นหลัก และไม่สามารถแสดงผลเป็น FullHD ได้แค่ HD แต่ก็ไม่เป็นเรื่องที่ต้องกังวลเพราะว่าเราสามารถหาอุปกรณ์เสริมประเภท android tv แท้ๆ มาต่อพ่วงได้ด้วยราคาประมาณ 2000-3000 บาทเท่านั้น คุณก็จะได้ android tv ที่สามารถเข้าถึงคอนเท้นต์ youtube ในระดับ 4K เลยทีเดียวอย่าง Xiaomi เอนดรอยด์ทีวีบ๊อก (Mi Box) หรือของ Google ที่เข็นเอา Googlecast Ultra ออกมารองรับกระแสของ 4K โดยเฉพาะ

 

HDR มาแรง แต่ต้องจับคู่กับ Local Dimming

    กระแส HDR หรือ High Dynamic Range ที่มาอวดโฉมให้เห็นกันตั้งแต่กลางปีที่แล้วในทีวีบางรุ่น จนช่วงปลายปีแบรน์ดใหญ่ แบรน์ดดังหลายเจ้าก็ต้องเข็นทีวีรุ่นเรือธงที่มี HDR ออกมาอย่างน้อยหนึ่งรุ่นเพื่อไม่ให้น้อยหน้าคู่แข่ง เป็นไปได้ว่าในตลาดทีวีจอแบนในระดับ hi-end ต้องมีฟังก์ชัน HDR ติดมาด้วยทุกรุ่น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นที่เราทดสอบไปหลายตัวปรากฏว่าฟังก์ชัน HDR จะสัมฤทธิ์ผลก็ต่อเมื่อทีวีตัวนั้นต้องมี Local Dimming หรือการที่กำหนดความสว่างของแสงของแบล็คไลท์ได้ทุกต่ำแหน่งตามความต้องการด้วย อันที่จริง HDR ของทีวีแต่ละตัวจะแตกต่างกันก็เพราะ Local Dimming ของทีวีแต่ละเจ้านี่แหละ ที่งีดเอากรรมวิธีต่างๆ ทำให้ทีวีของตัวเองสามารถหรี่ความสว่างได้อย่างจริงจังขนาดไหน ดังนั้นทีวีรุ่นไฮเอนท์ทุกตัวที่จะออกในปีนี้จึงต้องมีเทคโนโลยี 2 ตัวนี้ควบคู่กัน 

รูปตัวอย่างการทำงานของ Backlight Master Drive ของทีวีโซนีที่ใช้เป็น Local Dimming แต่ละดวงของ LED สามารถหรี่แสงได้ตามต้องการ

เทคโนโลยี HDR จะสามารถใช้งานได้สูงสุดก็ต่อเมื่อคอนเท้นต์ต้องรองรับกับฟังก์ชัน HDR เท่านั้น การมาของคอนเท้นต์ HDR จึงเป็นเรื่องสำคัญที่เป็นปัจจัยทำให้จอภาพในตลาดกลุ่ม Hi-End เติบโตในปี 2017 นี้ได้มากน้อยขนาดไหน อันได้แก่พวก 4k บลูเรย์ที่เป็นฟอร์เมตจับต้องได้ซึ่งในต่างประเทศเขาเริ่มต้นก่อนเรานานแล้ว ส่วน Youtube HDR ซึ่งเป็นคอนเท้นต์ที่หาได้ง่ายที่สุด เข้าถึงได้ทุกกลุ่มก็น่ากระตุ้นได้ดี และเป็นไปได้สูง ด้วยศักยภาพของอินเทอร์เน็ตบ้านเราสามารถใช้งานได้แล้ว ตัวอย่างที่ Youtube โชว์อยู่ก็ยังเป็น 4k HDR ซะด้วย รออยู่แต่หาคนที่ทำคอนเท้นต์ออกมาตอบสนองได้ตรงใจก่อนเท่านั้น ไม่นับพวก Streaming media ที่เก็บเงินเป็นรายเดือน อย่างพวก Netflix หรือ iFlix ที่จ่อรอสร้างความต้องการให้ผู้บริโภคได้เหมือนเคเบิลทีวีในสมัยก่อน ก็มี 4k HDR เตรียมไว้แล้วไม่น้อย จึงเพียงตั้งหน้าตั้งตาร้อยการเจริญเติบโตของคอนเท้นต์ พร้อมๆ กับตัวเลขของ 4k HDR TV ที่เพิ่มขึ้น

2017 ทีวีจากแผ่นดินใหญ่ บุกตลาดไทย

ตั้งแต่ช่วงกลางปีที่ผ่านมา เราพอจะเห็นภาพของตลาดทีวีในบ้านเราที่แบ่งออกเป็น 2 segment ชัดเจนคือตลาด mainstream ซึ่งเป็นตลาดที่ผู้บริโภคทั่วไป ซื้อหากัน กับตลาดทีวีที่เป็น Hi-End ในกลุ่มที่ผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อ อันได้แก่ทีวีที่มีราคาหลักแสนขึ้นทั้งหลาย 

TCL LED55P2US ตัวที่มาตอนปลายปีที่แล้ว 55 นิ้วราคาไม่ถึงสามหมื่น

ช่วงปลายปี 2016 ก่อนต้นปี 2017 ไม่นาน เราก็ได้เห็นความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับตลาดทีวี โดยเฉพาะยี่ห้อ TCL เปิดตลาด ทีวี 55 นิ้ว 4k ที่ไม่ถึง 30,000 บาท ประมาณ 27,000 บาท การเริ่มต้นเปิดตลาดแบบนี้ทำให้ยี่ห้ออื่นต้องเริ่มคิดหนักซึ่งคู่ต่อกรที่สมน้ำสมเนื้อ คงต้องเป็นคู่แข่งที่มาจากจีนแผ่นดินใหญ่เหมือนกัน ตอนนี้ที่เห็นก็จะมีอยู่ 2-3 เจ้าที่จ่อคิวรอเปิดตัวอย่างเป็นทางการอยู่ ทำให้เห็นอย่างชัดเจนว่าในปี 2017 นี้ ตลาดทีวีในระดับ mainstream คงต้องตกอยู่กับการเดินเกมของแบรนด์ที่มาจากจีนแผ่นดินใหญ่เป็นหลัก เพราะดูจากราคาแล้วเหนื่อยเหลือเกินกับเจ้าตลาดอย่างแบรนด์ญี่ปุ่นหรือเกาหลีที่จะทำกำไร
เราจึงจะเห็นเจ้าตลาดอย่างญี่ปุ่นกับเกาหลีไปทำตลาดในรุ่นระดับ Hi-End มากขึ้นซึ่งตรงนั้นก็จะแข่งกันด้วยเทคโนโลยี ด้วยฟังก์ชั่นการใช้งานที่เพิ่มมากขึ้น อาจมีเรื่องความสวยงามการดีไซน์มาเป็นประเด็นในการตัดสินใจ

เทคโนโลยีใหม่เสริมความแข็งแกร่ง

    การที่ต้องบุกไปในตลาดไฮเอ็นท์ของหลายๆ ยี่ห้อมากขึ้นอาจทำให้เราต้องเห็นความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีจอแสดงผลกันภายในปีนี้ อาจเห็นเจ้าเดิมๆ จากญี่ปุ่นจับมือกับค่ายเกาหลี หรือเห็นเทคโนโลยีที่ทำให้โรงงานผลิตพาเนล LCD ไม่ต้องลงทุนเพิ่มใหม่ยกกระบิ แค่อัพเกรดบางส่วนก็สามารถยืดอายุโรงงานได้ อย่างเทคโนโลยี Quantum Dot ของซัมซุง เราอาจจะได้เห็นกันในปีนี้ แต่อาจเป็นช่วงท้ายๆ ปลายๆ ปีถ้ายังไม่มีอะไรมากระตุ้นตลาดให้ต้องถีบตัวเองขึ้นมา 
คำถามว่า อย่างเทคโนโลยี OLED จัดว่าเป็นเทคโนโลยีใหม่ได้ไหม? 
คำตอบก็คือ “ไม่” เพราะคนทั่วไปรับรู้กับเทคโนโลยีนี้พอสมควรแล้วคนส่วนใหญ่ยอมรับว่าทำให้ภาพดีขึ้น 
แต่ถ้าจะให้ตั้งคำถามคือให้ราคาถูกลงมากว่านี้ได้ไหม? เท่านั้น
ปลายปีถ้าเศรษฐกิจดีๆ เราอาจเห็นการปูพรมของเทคโนโลยีนี้หันไปติดแบรน์ดทีวียี่ห้ออื่นไม่ใช่ LG ยี่ห้อเดิมก็เป็นได้ นั่นคือมันจะทำให้ราคาของ OLED ถูกลงมาได้อีกหรือไม่ต้องคอยดูกันครับ 

 

ทีวีเสียงดียังไม่มีในโลก

ที่กล้าพูดแบบนี้ก็เพราะว่าที่ผ่านมาในการทำการตลาดทีวีส่วนหนึ่งให้น้ำหนักไปที่คุณภาพเสียงของทีวีเป็นหลัก ก็ไม่ได้เป็นผลตอบรับที่ดีเท่าไหร่ หลายเจ้าลงทุนไปซื้อแบรนด์ของเครื่องเสียงยี่ห้อดังมาการันตีว่าคุณภาพเสียงดีอย่างนั้น ดีอย่างนี้ อีกอย่าง ปัจจุบันนี้มีคอนเท้นต์บน youtube หลายๆ คอนเท้นต์ที่ต้องการเครื่องเสียงที่คุณภาพเสียงดีๆ เพื่อทำให้สามารถดูรายการเหล่านั้นได้อย่างมีอรรถรสเพิ่มขึ้น ระบบเสียงที่ติดมากับทีวียังเพียงทำได้แค่ฟังข่าวกับดูละครแค่นั้น กับการดูเกมโชว์บางรายการยังไม่ตอบโจทย์ เพราะฉะนั้นระบบเสียงทีวีที่จะเกิดขึ้นมาในปี 2017 ถ้าเน้นระบบเสียงของในตัวทีวีเองก็ต้องดีจริงๆ (ซึ่งไม่น่ามี เพราะในตัวทีวีเองสร้างความถี่ต่ำๆ ที่ต้องการไม่ได้) หรือไม่ก็แค่พอใช้งานได้ ซึ่งก็ไม่น่าจะถูกตำหนินัก เพราะเราสามารถเอาเงินส่วนต่างไปซื้อระบบเสียงทีวีดีๆได้ ง่ายที่สุดอาจเพียงแค่เป็นซาวด์บาร์ บวกซับวูฟเฟอร์ไร้สายสักตัวนึงแค่นี้ก็ดีเหลือแหล่แล้ว

    เป็นไงบ้างครับพอจะเห็นภาพของทิศทางตลาดทีวีในปี 2017 กันบ้างหรือยัง แต่จะเป็นไปในทิศทางนี้ทั้งหมดอย่างที่ผมพูดหรือไม่ หรืออาจมีปัจจัยอื่นเข้ามาเป็นตัวเร่งปฏิกริยาให้ช้า หรือเร็วขึ้นได้ ก็ต้องดูจับตาดูกันไปในช่วงปีนี้แหละครับ